วันพุธที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

OS : Do you know?




Title : Do yo know?
Paring : #DoubleB
Raiting : PG
Tag : #ดูยูดบบ













Hanbin's part 





'รักฮันบินนะ'


น้ำคำหวานกระซิบแผ่วข้างหู


'พี่รักฮันบิน รู้ใช่มั้ย'


ผมเอง ก็เคยเชื่อคำเหล่านั้นสุดหัวใจ



แต่ตอนนี้ผมไม่แน่ใจอีกแล้ว 


ว่าคำพูดเหล่านั้นเคยเป็นเรื่องจริงเพียงสักครั้งหรือเปล่า


"ผมรักพี่จีวอน"


คำบอกรักถูกพร่ำบอกซ้ำๆตลอด5ปีกับคนๆเดิมแต่กลับไม่เคยทำให้ผมรู้สึกเบื่อกับมันเลยสักครั้ง 

ผมคิดแบบนั้น


"พี่ก็รักฮันบินครับ"


และผมก็คิดว่าพี่จีวอนคงคิดไม่ต่างกัน

ผมเชื่อว่ารักของเรามั่นคง 
เชื่อว่าจะไม่มีอะไรมาเปลี่ยนแปลงมันได้
เชื่อว่าเราสองคนจะอยู่ด้วยกันตลอดไป




เย็นวันเสาร์เดือนมิถุนา 


ฝนตกเม็ดใหญ่ตกกระหน่ำ ทัศนวิสัยเรียกได้ว่าย่ำแย่จนมองอะไรแทบไม่เห็น

แต่น่าแปลก 


ภาพคนสองคนที่กำลังหัวเราะต่อกระซิกกันหวานชื่นในร้านกาแฟอีกฝั่งถนนช่างแจ่มชัดในสายตาผมเหลือเกิน 

ริมฝีปากบางคลียิ้มละไมกับท่าทางเหนียมอายของหญิงสาวดูน่ารักน่าชังยามฝ่ายชายกดจมูกลงบนแก้มนิ่ม 

ฝนตกหนักเกินไป 


ภาวนาว่าตัวเองตาฝาด แต่สองขาก็ยังก้าวไปยังจุดที่ทั้งสองนั่งอยู่



ฮีทเตอร์ในร้านไม่ได้ทำให้อุ่นขึ้นสักตอนที่เห็นดวงตาคู่เรียวมองตรงมาผม พี่จีวอนดูจะชะงักไปเล็กน้อย แต่ไม่นานก็ถอนหายใจออกมาเหมือนเตรียมยอมรับเรื่องจะเกิดขึ้นอยู่แล้ว 


ผมอยากร้องไห้ 

แต่ร้องไม่ออก 

อยากกรีดร้องให้ความรู้สึกปวดหนึบที่อกข้างซ้ายนี้คลายลงไปบ้าง แต่สิ่งที่ผมทำกลับเป็นการลงแรงฝ่ามือทั้งหมดไปบนเรียวหน้าสะสวยของหญิงสาวข้างๆที่ยังไม่รู้เรื่องรู้ราวด้วยก่อนจะล้มลงกับพื้นกระเบื้อง ผมเอาแต่พูดว่าทำไมอยู่หลายครั้ง เขย่าตัวเธอไปมาจนศรีษะคลอนตามแรงไม่หยุดแม้แต่ตอนที่พี่จีวอนตวาดชื่อผมจนลั่นร้าน รู้ตัวอีกทีก็ตอนที่สัมผัสเย็นเฉียบขอน้ำเปล่าสาดเข้ากระทบหน้าเต็มๆ


พี่จีวอนกระแทกแก้วเปล่าลงบนโต๊ะเสียงดังจนผมคิดว่ามันจะแตกคามือ 


วันนั้นผมรู้สึกเหมือนสูญเสียแรงทั้งหมดในชีวิต พี่จีวอนประคองผู้หญิงคนนั้นขึ้นนั่งอย่างเบามือเหมือนกลัวเธอจะบอบช้ำก่อนที่มือคู่เดียวกันนั้นจะกระชากแขนผมออกจากที่นั่นอย่างไม่สนใจใยดี 

พี่จีวอนไม่มองหน้าผมสักนิด เรานั่งเงียบกันตลอดทางการนั่งรถมาถึงคอนโด 

เราเถียงกันเสียงดัง มือแกร่งนั่นบีบไหล่ผมอย่างแรงรู้สึกเหมือนกระดูกจะหัก น้ำเสียงเกรี้ยวกราดอย่างไม่เคยเป็นตอนต่อว่าเรื่องที่ผมทำ พี่วอนกลายเป็นอีกคนที่ผมไม่เคยรู้จัก 


ผมร้องไห้ในที่สุด 

ไม่มีมือที่คอยเช็ดน้ำตา 

ไม่มีจูบปลอบประโลมเหมือนที่เคยเป็น

"พี่ไม่คิดเลยนะว่าฮันบินจะเป็นคนแบบนี้

มีแต่น้ำเสียงเหนื่อยหน่ายก่อนจะเบือนหน้าหนีไปอีกทาง 

อยากตอบกลับเหลือเกินว่าผมเองก็ไม่คิดว่าเขาจะเป็นแบบนี้เหมือนกัน

บางที ผมอาจไม่เคยรู้จักพี่จีวอนมาตั้งแต่แรก





ความสัมพันธุ์ของเราไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปตั้งแต่วันนั้น 

คำว่า'คนรัก'ดูจะกลายเป็นแค่อดีตไปแล้วสำหรับเรา 'คนรัก'ของผมมี'คนรัก'อีกคนต้องดูแล ความลับอีกหลายต่อหลายเรื่องไม่ใช่เรื่องที่ต้องปิดบังจากผมอีกต่อไป 



ทรมานเหลือเกิน 

เพิ่งเข้าใจว่าคำว่าเจ็บจนแทบขาดใจมันเป็นยังไง แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้นแต่มันก็ยังดีกว่ามีชีวิตต่อไปโดยไม่มีพี่จีวอนข้างๆ

ผู้ชายคนนั้นเบื่อผมแล้ว ผมรู้ดี แต่ก็เป็นผมเองที่ขอยืดเยื้อความสัมพันธุ์ที่ขาดวิ่นนี้ไปให้พ้นแต่ละวัน

วันนี้ก็เช่นกัน




"ผมรักพี่จีวอนนะ รู้ใช่มั้ย"
ผมแกล้งทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ยังพูดคงพูดคำเดิมทุกๆวันก่อนเดินไปส่งพี่จีวอนที่หน้าประตูด้วยความรู้สึกเดิมๆ ลูบแก้มสากของเขาอย่างเบามือ หวังว่าความรู้สึกของผมจะส่งไปถึงบ้างเพียงสักนิด แต่อยู่ๆพี่จีวอนก็จับมือผมเอาไว้ บีบไปมาแบบที่ชอบทำเมื่อก่อน แตะริมฝีปากลงเบาๆ 


"ขอบคุณนะฮันบิน ที่ต้องเหนื่อยเพื่อพี่มาตลอด"

ขอบตาของผมร้อนผ่าว ความหวังที่ว่าเราจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้ก่อขึ้นในใจ

"แต่ไม่ต้องอีกแล้วนะ"

พี่จีวอนลูบหัวผมแผ่วเบา

"พี่กำลังจะแต่งงานเดือนหน้า"

ก่อนจะฆ่าผมอย่างเลือดเย็น




ผมเดินไปบนพื้นคอนกรีตอย่างไร้จุดหมาย ไม่คิดว่าจะสามารถทนอยู่ที่ห้องคนเดียวได้อีก ที่นั่นมีแต่เรื่องราวของผมกับเขา 

อึดอัด 

แม้แต่หายใจเข้าก็ยังรู้สึกว่าถูกอากาศบาดจนแสบข้างในไปหมด อยากหนีไปให้พ้น พ้นจากความทรงจำที่มีแต่เรื่องของเรา 

รู้ตัวอีกทีวิวแม่น้ำฮันยามค่ำก็มาอยู่ตรงหน้า

ที่ที่ผมตกลงคบกับพี่จีวอนในฐานะคนรัก 

ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็มีแต่กลิ่นไอของอดีต



'ถ้าผมเป็นนก ผมจะบินจากตรงนี้ได้รึเปล่า'
รางบางกางแขนรับลมที่เข้ามาปะทะจากริมสะพาน ใบหน้าเปื้อนยิ้มถามคนข้างที่กำลังรัดเอวบางของตัวเองไว้แน่น

'ไม่ได้หรอก พี่จะไม่ยอมให้ฮันบินหนีไปไหนเด็ดขาด'
ชายหนุ่มพูดพลางซุกใบหน้าลงบนบ่าเล็กอย่างรักใคร่


ชวงเวลาเหล่านั้นช่างอบอวลไปด้วยความสุข มากมายเสียจนไม่คิดว่าวันที่ขาดไปจะทำให้ตนแทบไม่มีกระทั่งเรี่ยวแรงจะเดินต่อ


ผมทอดสายตาออกไปยังความว่างเปล่าเบื้องหน้า สายลมยังคงพัดเอื่ยเหมือนวันวาน น่าแปลกที่ครั้งนี้มันกลับบาดเนื้อจนรู้สึกปวดไปจนถึงกระดูก ตอนนี้พี่จีวอนคงยังไม่กลับจากที่ทำงาน และคงไม่รู้ว่าผมออกมาข้างนอก ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าผมกำลังจะจากโลกนี้ไป


ผมอยากอยู่กับเขา 

แม้ในฝันก็ยังดี

และคงจะดีเหมือนกันถ้าได้อยู่กับเขาแบบนั้นตลอดไป












"ฮันบินจ๊ะ ดูสิใครมา



เสียงพี่ยองจีเรียกให้ผมหันไปที่ประตู 



"บ๊อบบี้หรอ"
ผมอดดีใจไม่ได้ ผู้ชายคนนั้นมาหาผมอีกแล้ว ไม่ลืมถือดอกกุหลาบสีขาวมาเหมือนกับทุกวัน 


"คิดถึงฉันรึเปล่า"

ผมพยักหน้าตามความจริง ฉีกยิ้มกว้างตอนรับดอกไม้สีขาวมาถือในมือ บ๊อบบี้น่ารักกับผมเสมอ 

"พี่กอดนายได้มั้ย"

ผมยิ้มให้ ไม่ขัดขืนอะไรตอนวงแขนแกร่งโอบรอบตัว 


"พี่รักฮันบินนะ รู้ใช่มั้ย"

ผมพยักหน้า แม้จะไม่เห็นหน้าแต่น้ำเสียงสั่นเครือที่ได้ยินก็ทำให้รู้ว่าบ๊อบบี้กำลังร้องไห้ เขาเป็นแบบนี้ทุกครั้งที่มาหาผม ถือดอกกุหลาบสีขาวมาให้ กอดผม พูดคำๆเดิมที่ผมไม่สามารถตอบกลับความรู้สึกนั้นได้ 

ผมมีคนที่รักอยู่แล้ว

"ขอโทษ ยกโทษให้พี่นะครับ

ผู้ชายคนนี้น่าสงสารเหลือเกิน ความเจ็บปวดของเขาถ่ายทอดมายังผมตอนที่เรากอดกัน ผมไม่สามารถช่วยอะไรได้นอกจากเช็ดน้ำตาและยิ้มให้

"บ๊อบบี้ไม่มีอะไรต้องขอโทษนี่นา ไม่ร้องนะ

เขายิ้มให้น้อยๆ มันทำให้ผมรู้สึกดีขึ้นบ้าง แต่ทุกครั้งที่เห็นหน้าเขาก็ทำให้ผมนึกถึงใครอีกคนเสมอ "บ๊อบบี้เหมือนเขามากๆเลยนะ"

"แต่บ๊อบบี้น่ะใจดี"

"..."

"ทำไมเขาไม่ใจดีเหมือนบ๊อบบี้นะ"



"ฮันบินทำอะไรอยู่หรอครับ ไปเดินเล่นข้างนอกกันดีมั้ย"
คำถามของผมไม่ได้ถูกตอบกลับ บ๊อบบี้เปลี่ยนเรื่องถาม แต่ผมส่ายหน้าปฏิเสธ

"ไม่เอาหรอก


ผมรู้สึกผิดกับบ๊อบบี้
แต่ตอนนี้ผมกำลังรอคนคนนั้นอยู่


ผู้ชายคนที่ผมยังคงรอ 


และยังรักหมดหัวใจ



"ผมจะรอพี่จีวอน"










_________Do  you  know_________












Jiwon's part





'รักฮันบินนะ'


ผมกระซิบแผ่วข้างหู


'พี่รักฮันบิน รู้ใช่มั้ย'


ผมเองก็เคยเชื่อคำเหล่านั้นสุดหัวใจ


แต่ตอนนี้ผมไม่แน่ใจอีกแล้ว 


ว่าคำพูดเหล่านั้นของตัวเองเคยเป็นเรื่องจริงเพียงสักครั้งหรือเปล่า 


เพราะตอนนี้ ผมกำลังเบื่อมัน


"ผมรักพี่จีวอน"

คำบอกรักถูกพร่ำบอกซ้ำๆตลอด5ปีกับคนๆเดิมทำให้ผมรู้สึกเบื่อหน่ายที่จะฟัง วาจาหวานหูครั้งวันวานกลับรู้สึกชินชาเมื่อได้ฟังในตอนนี้ ผมคิดแบบนั้น


"พี่ก็รักฮันบินครับ"


ผมพูดมันออกไป แต่ความรู้สึกในใจกลับตรงกันข้าม 

ผมเคยบอกให้ฮันบินเชื่อว่ารักของเรามั่นคง 
เชื่อว่าจะไม่มีอะไรมาเปลี่ยนแปลงมันได้
เชื่อว่าเราสองคนจะอยู่ด้วยกันตลอดไป

แต่กลับกลายเป็นผมเสียเองที่เป็นคนทำลายความเชื่อนั้น



เย็นวันเสาร์เดือนมิถุนายน



ฝนตกเม็ดใหญ่ตกกระหน่ำ ทัศนวิสัยเรียกได้ว่าย่ำแย่จนมองอะไรแทบไม่เห็น

น่าแปลกที่ฮันบินเห็นผมชัดเจน


ผมนั่งอยู่ในคาเฟ่เล็กๆกับผู้หญิงอีกคน เราคุยกันมาได้ประมาณสามเดือนโดยที่ผมไม่เคยบอกให้ฮันบินรู้ 

แหงล่ะผมคิดจะบอก

แต่ทุกครั้งที่เห็นแววตาซื่อๆที่มองมาที่ผมคนเดียวมาตลอดนั่น ทุกอย่างก็เหมือนจะเป็นเรื่องยากเหลือเกินที่ต้องทำร้ายจิตใจคนรักที่ดีอย่างฮันบิน

ผมไม่รู้ตัวจนกระทั่งฮันบินเดินเข้ามาในร้าน
ดวงตาที่มองมาสะท้อนแววผิดหวังชัดเจนตอนมองมาที่ผม ผมคิดว่าคงไม่เป็นไร รู้ว่าสักวันวันนี้ต้องมาถึง แต่เอาเข้าจริงหัวใจก็กระตุกวูบที่เห็นไหล่เล็กนั่นสั่นสะกดกลั้นอารมณ์อย่างยากลำบาก ผมอยากลุกขึ้นปลอบและอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ไม่มีข้อแก้ตัวไหนเลยที่ผมจะใช้ปฏิเสธความจริงที่ว่าผมทรยศความรักที่ฮันบินมีต่อผมได้

ยังไม่ทันจะพูดอะไร อยู่ๆฮันบินก็ทำในสิ่งที่ผมไม่คิดว่าเขาจะทำลงได้ 

ฝ่ามืดขาวฟาดลงบนเรียวหน้าสะสวยของคนตรงข้ามผมที่ยังไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรด้วย

ผมรู้ว่าสิ่งที่ผมทำอยู่มันไม่ถูกต้อง แต่การที่ฮันบินทำแบบนั้นก็ไม่ใช่ว่าไม่ผิด



เราเคยรักกัน 



แต่ตอนนี้มันไม่ใช่อีกแล้ว

ผมตวาดชื่อฮันบินลั่นร้านแต่ดูทุกอย่างจะไม่จบลงง่ายๆ ทางเลือกสุดท้ายของผมในตอนนั้นคือการหยิบแก้วที่เต็มไปด้วยน้ำเปล่าที่วางอยู่ข้างๆสาดเพื่อเรียกสติของเขากลับมา


มันได้ผล ฮันบินสงบลงในที่สุด ผมประคองร่างของหญิงสาวที่น่าสงสารขึ้น ดูเธอตกใจจนเสียขวัญกับเรื่องที่เกิด ผมไม่สามารถทนได้กับการทำตัวงี่เง่าของฮันบินในแบบนี้ได้จนแม้แต่หน้าผมก็ไม่อยากมองด้วยซ้ำ

วันนั้นผมโกรธฮันบินมากจนเผลอทำอะไรรุนแรงไปหลายอย่าง เราโต้เถียงกันอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน 

ฮันบินร้องไห้


ผมรู้สึกผิดทุกครั้งที่เห็นน้ำตาของเขา 
แต่ครั้งนี้ผมจะไม่อยากทำอะไรให้เรื่องมันยืดยาวต่อไปอีก วันนั้นผมตระหนักได้ว่าความสัมพันธ์ของเรามันง่อนแง่นเต็มที เรื่องของเราสองคนไม่ควรถูกยื้อไว้อีกต่อไป


"พี่ไม่คิดเลยนะว่าฮันบินจะเป็นคนแบบนี้

ผมพูดกับฮันบินก่อนจะแยกตัวออกมาจากห้อง อึดอัดและเหนื่อยหน่ายเต็มทนที่ต้องเสแสร้งแกล้งทำในสิ่งที่ไม่ได้เป็น





ความสัมพันธุ์ของเราไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปตั้งแต่วันนั้น 

คำว่า'คนรัก'ดูจะกลายเป็นแค่อดีตไปแล้วสำหรับเรา ผมมี'คนรัก'อีกคนต้องดูแล ความลับอีกหลายต่อหลายเรื่องจึงไม่ใช่เรื่องที่ต้องปิดบังอีกต่อไป

เวลาผ่านไป
ฮันบินดูอ่อนล้าและทรมานเหลือเกินกับเรื่องนี้

เราทั้งคู่ต่างเหนื่อยล้าพอกัน เราต่างก็ควรจะไปมีชีวิตใหม่ดีกว่าจ่อมจมอยู่บนความรักจอมปลอมที่เสแสร้งแกล้งทำนี่ ผมรู้ดี 

แต่ก็เป็นฮันบินเองที่ขอยืดเยื้อความสัมพันธุ์ที่ขาดวิ่นนี้ไปให้พ้นแต่ละวัน



แต่ทั้งหมดจะจบลงวันนี้




"ผมรักพี่จีวอนนะ รู้ใช่มั้ย"

ฮันบินแกล้งทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ยังพูดคงพูดคำเดิมทุกๆวันก่อนเดินไปส่งผมที่หน้าประตู มือนิ่มลูบข้างแก้มผมอย่างอ่อนโยน วินาทีนั้นผมสงสารฮันบินจับใจที่ต้องมาเจอกับคนเลวๆอย่างผม 

ผมจับมือเล็กนั้นไว้ บีบไปมาแบบที่ชอบทำเมื่อก่อน แตะริมฝีปากลงเบาๆ อยากขอโทษกับเรื่องต่างๆที่ต้องเจอ


"ขอบคุณนะฮันบิน ที่ต้องเหนื่อยเพื่อพี่มาตลอด"


ใจของผมเจ็บปวดยามเห็นประกายความหวังในดวงตาคู่นั้น


"แต่ไม่ต้องอีกแล้วนะ"


ทำได้แค่ลูบกลุ่มผมของเขาแผ่วเบาหวังจะปลอบประโลม




"พี่กำลังจะแต่งงานเดือนหน้า"


ก่อนจะตัดสินใจปล่อยเขาไปจากกรงขังที่น่าสมเพชนี่เสียที






'ถ้าผมเป็นนก ผมจะบินจากตรงนี้ได้รึเปล่า'
รางบางกางแขนรับลมที่เข้ามาปะทะจากริมสะพาน ใบหน้าเปื้อนยิ้มถามคนข้างที่กำลังรัดเอวบางของตัวเองไว้แน่น

'ไม่ได้หรอก พี่จะไม่ยอมให้ฮันบินหนีไปไหนเด็ดขาด'
ชายหนุ่มพูดพลางซุกใบหน้าลงบนบ่าเล็กอย่างรักใคร่


'Rrrrrrrr Rrrrrrr'


สายเรียกเข้าตัดไปแล้ว แต่เพราะเป็นเบอร์ที่ไม่คุ้นเคยผมจึงไม่ได้โทรกลับ ผมเผลองีบหลับที่โต๊ะทำงานจนค่ำ รู้ตัวอีกทีเสียงโทรศัพท์ก็ปลุกผมจากความทรงจำเก่าที่ผิดคิดว่าตัวเองลืมมันไปแล้ว ในฝันนั้นเหมือนจริงราวกับได้ย้อนเวลากลับไปวันเก่าๆอีกครั้ง 

กลิ่นหอมของฮันบินยกรุ่นติดจมูกจนผมประหลาดใจ อดโมโหตัวเองไม่ได้ที่ก่อนหน้านี้จำไม่ได้กระทั่งความหอมหวานของกายนิ่มที่เคยกอดนั้นเป็นอย่างไร


ผมลุกขึ้นเก็บของ คิดว่าวันนี้จะกลับไปคุยกับฮันบินอีกครั้งเรื่องเมื่อเช้า กอดสักครั้งเพื่อรื้อฟื้นความรู้สึกที่ห่างหายไปนาน อย่างน้อยก็อยากให้แน่ใจว่าคนตัวเล็กนั่นจะไม่เป็นไรหากไม่มีผมอยู่ด้วย



แต่คนเห็นแก่ตัวอย่างผมไม่ควรได้รับโอกาสอะไรอีกต่อไป


'Rrrrrrrr Rrrrrrr'

"สวัสดีครับ นี่คิมจีวอนพูดครับ"



ไม่มีใครรอให้คนอย่างผมกลับไปหาอีกแล้ว


วินาทีนั้นเองมี่ผมได้รู้ว่าการเจ็บเจียนตายมันเป็นอย่างไร ปลายสายแจ้งว่ามีคนพบฮันบินกำลังกระโดดลงแม่น้ำฮัน กว่าจะมีคนช่วยขึ้นมาได้ฮันบินก็ไม่หายใจแล้ว ฮันบินหัวใจหยุดเต้น และสมองขาดออกซิเจนกว่าสามนาทีแพทย์ถึงช่วยชีวิตไว้ได้ 

ผมร้องไห้อย่างไม่อายใครที่หน้าห้องฉุกเฉินอยู่ร่วมชั่วโมง ความรู้สึกผิดถาโถมใส่เหมือนคลื่นยักที่แทบทำให้ขาดอากาสหายใจ เพิ่งรู้สำนึกในวันที่เกือบจะเสียไป เอาแต่โง่งมเข้าใจผิดว่าความลุ่มหลงชั่งครั้งชั่วคราวเกิดจากความรักโดยไม่เคยเหลียวแลว่ารักที่แท้จริงของตัวเองกำลังเจ็บปวดขนาดไหน 

เพิ่งรู้ว่าตัวเองโง่มาตลอดที่ไม่รู้ว่าคิมฮันบินมีค่าขนาดไหน โง่มาตลอดที่เพิ่งรู้ว่าโลกที่ไม่มีคิมฮันบินเลวร้ายเพียงใด

เสียงของนายแพทย์ที่เดินมาบอกว่าร่างบางด้านในพ้นขีดอันตรายแล้วทำให้ผมโล่งอกจนแทบโห่ร้อง นึกขอบคุณพระเจ้าที่ยังให้โอกาสได้แก้ตัว

ผมสัญญากับตัวเองครั้งแล้วครั้งเล่า
ต่อไปนี้ผมจะดูแลเขาให้ดี 
จะกอดเขาทุกวัน จะคอยจูบซับน้ำตาหากเขาร้องไห้ จะบอกรักทุกๆวันที่เขาลืมตาตื่น จะไม่ทำให้เขาเสียใจไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น




แต่ผิดมหันต์

สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นเท้านั้นสำหรับบทลงโทษของผม






เช้าวันหนึ่งผมได้รับโทรศัพท์จากโรงพยาบาลว่าฮันบินได้สติแล้ว 

ผมถือดอกกุหลาสีขาวในมือที่สั่นอย่างยากลำบากตอนที่เปิดประตูห้องพักผู้ป่วยออก 


"บ๊อบบี้"

คิมฮันบินส่งยิ้มที่เจิดจ้าพอๆกับแสงอาทิตย์ยามเช้ามาให้ ผมอดแปลกใจไม่ได้ที่ฮันบินเรียกชื่อเล่นสมัยเรียนตั้งแต่ก่อนสนิทกัน

ผมยื่นดอกไม้ในมือให้ ฮันบินรับไปอย่างเขินอาย สูดกลิ่นหอมจากกลีบสีขาวก่อนจะคลี่ยิ้มบาง 

ผมเบื่อภาพที่สวยงามพวกนี้ได้อย่างไรกัน

"ไม่เก็นไรแล้วใช่มั้ย"ผมพูดพลางเกลี่ยปอยผมสีดำที่ยาวลงมาปรกหน้าผากมนไปมา


"อื้ม ไม่เป็นไรแล้ว"

ผมอดสังเกตไม่ได้ว่าฮันบินคอยชะโงกหน้ามองไปที่ประตูตลอดเวลา เรียวคิ้วสวยขมวดหากันอย่างเป็นกังวล

"พี่จีวอนอยู่ตรงนี้แล้วยังจะมองหาใครอยู่ครับ หืม

ทันทีที่ได้ยินคำพูดของผม ฮันบินขมวดคิ้วแน่นกว่าเดิม ส่ายหน้าไปมาอย่างไม่เชื่อสิ่งที่ได้ยิน

"ไม่ใช่...นี่ไม่ใช่พี่จีวอน"





ไม่จริง.....








"ฮันบินอา..."



ได้โปรด



"พี่จีวอนกำลังกลับมา..ใช่มั้ย บ๊อบบี้หลอกผม พี่จีวอนกำลังมาหาผม..พี่จีวอนไม่ได้ทิ้งผมไป!"


ฮันบินเริ่มกรีดร้อง พยาบาลผู้ดูแลลุกลี้ลุกลนกดสัญญานฉุกเฉน ฮันบินร้องไห้ฟูมฟาย น้ำตาไหลอาบปรางสวย เอาแต่เรียกหาชื่อผมไม่หยุดหากแต่แววตากลับเหม่อลอยหาคนที่ไม่มีตัวตน

ผมเริ่มไม่แน่ใจว่าเสียงของฮันบินหรือเสียงกรีดร้องในอกผมที่ดังกว่ากัน เราทั้งคู่ต่างก็แตกสลายไม่มีชิ้นดี ฮันบินแทบจะเหมือนคนปกติหากแต่ใช้ชีวิตที่เหลือทั้งหมดในการรอคนรักในความทรงจำเพียงคนเดียวกลับมา โดยไม่มีทางรู้ว่าคนๆนั้นอยู่ตรงหน้าโดยตลอด

ส่วนผม ชดใช้ความผิดทั้งหมดด้วยการต้องเฝ้ามองคนที่รักเพรียกหาตัวผมเองทั้งที่กำลังกอดเขาอยู่

ต้องเฝ้ามองความเจ็บปวดจากการกระทำของตัวเองครั้งแล้วครั้งเล่าตลอดเวลาที่เห็นหน้าฮันบิน 


มันก็สาสมแล้วสำหรับคนอย่างผม 



เป็นความรักของผมเองที่ไม่แน่นอน 




ไม่ใช่ความรักของเราแต่เป็นความรักของผมเองที่เปลี่ยนไป 



รักของคิมฮันบินยังมั่นคงเสมอ 




รักที่มีให้ผู้ชายที่ชื่อคิมจีวอนเพียงคนเดียว






END












______________________________________________________________________



ขายของเก่าค่ะไม่มีอะไร เคยลงในทวิตมาแล้วรอบนึงแต่ช่วงนี้รู้สึกไม่มั่นคงกับทวิตเตอร์เท่าไหร่เลยทำบล็อกมา
สำหรับลงฟิคโดยเฉพาะ   ใครเคยอ่านแล้วหลงกดเข้ามาก็ขออภัยนะคะ ^^  
ปล.สำหรับcommentใครไม่มีไอดีอากู๋สามารถกดไม่ระบุชื่อแล้วพิมพ์ได้เลยนะคะ