Title : Do yo know?
Paring : #DoubleB
Raiting : PG
Tag : #ดูยูดบบ
Hanbin's part
'รักฮันบินนะ'
น้ำคำหวานกระซิบแผ่วข้างหู
'พี่รักฮันบิน รู้ใช่มั้ย'
ผมเอง ก็เคยเชื่อคำเหล่านั้นสุดหัวใจ
แต่ตอนนี้ผมไม่แน่ใจอีกแล้ว
ว่าคำพูดเหล่านั้นเคยเป็นเรื่องจริงเพียงสักครั้งหรือเปล่า
"ผมรักพี่จีวอน"
คำบอกรักถูกพร่ำบอกซ้ำๆตลอด5ปีกับคนๆเดิมแต่กลับไม่เคยทำให้ผมรู้สึกเบื่อกับมันเลยสักครั้ง
ผมคิดแบบนั้น
"พี่ก็รักฮันบินครับ"
และผมก็คิดว่าพี่จีวอนคงคิดไม่ต่างกัน
ผมเชื่อว่ารักของเรามั่นคง
เชื่อว่าจะไม่มีอะไรมาเปลี่ยนแปลงมันได้
เชื่อว่าเราสองคนจะอยู่ด้วยกันตลอดไป
เย็นวันเสาร์เดือนมิถุนา
ฝนตกเม็ดใหญ่ตกกระหน่ำ ทัศนวิสัยเรียกได้ว่าย่ำแย่จนมองอะไรแทบไม่เห็น
แต่น่าแปลก
ภาพคนสองคนที่กำลังหัวเราะต่อกระซิกกันหวานชื่นในร้านกาแฟอีกฝั่งถนนช่างแจ่มชัดในสายตาผมเหลือเกิน
ริมฝีปากบางคลียิ้มละไมกับท่าทางเหนียมอายของหญิงสาวดูน่ารักน่าชังยามฝ่ายชายกดจมูกลงบนแก้มนิ่ม
ฝนตกหนักเกินไป
ภาวนาว่าตัวเองตาฝาด แต่สองขาก็ยังก้าวไปยังจุดที่ทั้งสองนั่งอยู่
ฮีทเตอร์ในร้านไม่ได้ทำให้อุ่นขึ้นสักตอนที่เห็นดวงตาคู่เรียวมองตรงมาผม พี่จีวอนดูจะชะงักไปเล็กน้อย แต่ไม่นานก็ถอนหายใจออกมาเหมือนเตรียมยอมรับเรื่องจะเกิดขึ้นอยู่แล้ว
ผมอยากร้องไห้
แต่ร้องไม่ออก
อยากกรีดร้องให้ความรู้สึกปวดหนึบที่อกข้างซ้ายนี้คลายลงไปบ้าง แต่สิ่งที่ผมทำกลับเป็นการลงแรงฝ่ามือทั้งหมดไปบนเรียวหน้าสะสวยของหญิงสาวข้างๆที่ยังไม่รู้เรื่องรู้ราวด้วยก่อนจะล้มลงกับพื้นกระเบื้อง ผมเอาแต่พูดว่าทำไมอยู่หลายครั้ง เขย่าตัวเธอไปมาจนศรีษะคลอนตามแรงไม่หยุดแม้แต่ตอนที่พี่จีวอนตวาดชื่อผมจนลั่นร้าน รู้ตัวอีกทีก็ตอนที่สัมผัสเย็นเฉียบขอน้ำเปล่าสาดเข้ากระทบหน้าเต็มๆ
พี่จีวอนกระแทกแก้วเปล่าลงบนโต๊ะเสียงดังจนผมคิดว่ามันจะแตกคามือ
วันนั้นผมรู้สึกเหมือนสูญเสียแรงทั้งหมดในชีวิต พี่จีวอนประคองผู้หญิงคนนั้นขึ้นนั่งอย่างเบามือเหมือนกลัวเธอจะบอบช้ำก่อนที่มือคู่เดียวกันนั้นจะกระชากแขนผมออกจากที่นั่นอย่างไม่สนใจใยดี
พี่จีวอนไม่มองหน้าผมสักนิด เรานั่งเงียบกันตลอดทางการนั่งรถมาถึงคอนโด
เราเถียงกันเสียงดัง มือแกร่งนั่นบีบไหล่ผมอย่างแรงรู้สึกเหมือนกระดูกจะหัก น้ำเสียงเกรี้ยวกราดอย่างไม่เคยเป็นตอนต่อว่าเรื่องที่ผมทำ พี่วอนกลายเป็นอีกคนที่ผมไม่เคยรู้จัก
ผมร้องไห้ในที่สุด
ไม่มีมือที่คอยเช็ดน้ำตา
ไม่มีจูบปลอบประโลมเหมือนที่เคยเป็น
"พี่ไม่คิดเลยนะว่าฮันบินจะเป็นคนแบบนี้"
มีแต่น้ำเสียงเหนื่อยหน่ายก่อนจะเบือนหน้าหนีไปอีกทาง
อยากตอบกลับเหลือเกินว่าผมเองก็ไม่คิดว่าเขาจะเป็นแบบนี้เหมือนกัน
บางที ผมอาจไม่เคยรู้จักพี่จีวอนมาตั้งแต่แรก
ความสัมพันธุ์ของเราไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปตั้งแต่วันนั้น
คำว่า'คนรัก'ดูจะกลายเป็นแค่อดีตไปแล้วสำหรับเรา 'คนรัก'ของผมมี'คนรัก'อีกคนต้องดูแล ความลับอีกหลายต่อหลายเรื่องไม่ใช่เรื่องที่ต้องปิดบังจากผมอีกต่อไป
ทรมานเหลือเกิน
เพิ่งเข้าใจว่าคำว่าเจ็บจนแทบขาดใจมันเป็นยังไง แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้นแต่มันก็ยังดีกว่ามีชีวิตต่อไปโดยไม่มีพี่จีวอนข้างๆ
ผู้ชายคนนั้นเบื่อผมแล้ว ผมรู้ดี แต่ก็เป็นผมเองที่ขอยืดเยื้อความสัมพันธุ์ที่ขาดวิ่นนี้ไปให้พ้นแต่ละวัน
วันนี้ก็เช่นกัน
"ผมรักพี่จีวอนนะ รู้ใช่มั้ย"
ผมแกล้งทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ยังพูดคงพูดคำเดิมทุกๆวันก่อนเดินไปส่งพี่จีวอนที่หน้าประตูด้วยความรู้สึกเดิมๆ ลูบแก้มสากของเขาอย่างเบามือ หวังว่าความรู้สึกของผมจะส่งไปถึงบ้างเพียงสักนิด แต่อยู่ๆพี่จีวอนก็จับมือผมเอาไว้ บีบไปมาแบบที่ชอบทำเมื่อก่อน แตะริมฝีปากลงเบาๆ
"ขอบคุณนะฮันบิน ที่ต้องเหนื่อยเพื่อพี่มาตลอด"
ขอบตาของผมร้อนผ่าว ความหวังที่ว่าเราจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้ก่อขึ้นในใจ
"แต่ไม่ต้องอีกแล้วนะ"
พี่จีวอนลูบหัวผมแผ่วเบา
"พี่กำลังจะแต่งงานเดือนหน้า"
ก่อนจะฆ่าผมอย่างเลือดเย็น
ผมเดินไปบนพื้นคอนกรีตอย่างไร้จุดหมาย ไม่คิดว่าจะสามารถทนอยู่ที่ห้องคนเดียวได้อีก ที่นั่นมีแต่เรื่องราวของผมกับเขา
อึดอัด
แม้แต่หายใจเข้าก็ยังรู้สึกว่าถูกอากาศบาดจนแสบข้างในไปหมด อยากหนีไปให้พ้น พ้นจากความทรงจำที่มีแต่เรื่องของเรา
รู้ตัวอีกทีวิวแม่น้ำฮันยามค่ำก็มาอยู่ตรงหน้า
ที่ที่ผมตกลงคบกับพี่จีวอนในฐานะคนรัก
ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็มีแต่กลิ่นไอของอดีต
'ถ้าผมเป็นนก ผมจะบินจากตรงนี้ได้รึเปล่า'
รางบางกางแขนรับลมที่เข้ามาปะทะจากริมสะพาน ใบหน้าเปื้อนยิ้มถามคนข้างที่กำลังรัดเอวบางของตัวเองไว้แน่น
'ไม่ได้หรอก พี่จะไม่ยอมให้ฮันบินหนีไปไหนเด็ดขาด'
ชายหนุ่มพูดพลางซุกใบหน้าลงบนบ่าเล็กอย่างรักใคร่
ชวงเวลาเหล่านั้นช่างอบอวลไปด้วยความสุข มากมายเสียจนไม่คิดว่าวันที่ขาดไปจะทำให้ตนแทบไม่มีกระทั่งเรี่ยวแรงจะเดินต่อ
ผมทอดสายตาออกไปยังความว่างเปล่าเบื้องหน้า สายลมยังคงพัดเอื่ยเหมือนวันวาน น่าแปลกที่ครั้งนี้มันกลับบาดเนื้อจนรู้สึกปวดไปจนถึงกระดูก ตอนนี้พี่จีวอนคงยังไม่กลับจากที่ทำงาน และคงไม่รู้ว่าผมออกมาข้างนอก ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าผมกำลังจะจากโลกนี้ไป
ผมอยากอยู่กับเขา
แม้ในฝันก็ยังดี
และคงจะดีเหมือนกันถ้าได้อยู่กับเขาแบบนั้นตลอดไป
"ฮันบินจ๊ะ ดูสิใครมา"
เสียงพี่ยองจีเรียกให้ผมหันไปที่ประตู
"บ๊อบบี้หรอ"
ผมอดดีใจไม่ได้ ผู้ชายคนนั้นมาหาผมอีกแล้ว ไม่ลืมถือดอกกุหลาบสีขาวมาเหมือนกับทุกวัน
"คิดถึงฉันรึเปล่า"
ผมพยักหน้าตามความจริง ฉีกยิ้มกว้างตอนรับดอกไม้สีขาวมาถือในมือ บ๊อบบี้น่ารักกับผมเสมอ
"พี่กอดนายได้มั้ย"
ผมยิ้มให้ ไม่ขัดขืนอะไรตอนวงแขนแกร่งโอบรอบตัว
"พี่รักฮันบินนะ รู้ใช่มั้ย"
ผมพยักหน้า แม้จะไม่เห็นหน้าแต่น้ำเสียงสั่นเครือที่ได้ยินก็ทำให้รู้ว่าบ๊อบบี้กำลังร้องไห้ เขาเป็นแบบนี้ทุกครั้งที่มาหาผม ถือดอกกุหลาบสีขาวมาให้ กอดผม พูดคำๆเดิมที่ผมไม่สามารถตอบกลับความรู้สึกนั้นได้
ผมมีคนที่รักอยู่แล้ว
"ขอโทษ ยกโทษให้พี่นะครับ "
ผู้ชายคนนี้น่าสงสารเหลือเกิน ความเจ็บปวดของเขาถ่ายทอดมายังผมตอนที่เรากอดกัน ผมไม่สามารถช่วยอะไรได้นอกจากเช็ดน้ำตาและยิ้มให้
"บ๊อบบี้ไม่มีอะไรต้องขอโทษนี่นา ไม่ร้องนะ"
เขายิ้มให้น้อยๆ มันทำให้ผมรู้สึกดีขึ้นบ้าง แต่ทุกครั้งที่เห็นหน้าเขาก็ทำให้ผมนึกถึงใครอีกคนเสมอ "บ๊อบบี้เหมือนเขามากๆเลยนะ"
"แต่บ๊อบบี้น่ะใจดี"
"..."
"ทำไมเขาไม่ใจดีเหมือนบ๊อบบี้นะ"
"ฮันบินทำอะไรอยู่หรอครับ ไปเดินเล่นข้างนอกกันดีมั้ย"
คำถามของผมไม่ได้ถูกตอบกลับ บ๊อบบี้เปลี่ยนเรื่องถาม แต่ผมส่ายหน้าปฏิเสธ
"ไม่เอาหรอก"
ผมรู้สึกผิดกับบ๊อบบี้
แต่ตอนนี้ผมกำลังรอคนคนนั้นอยู่
ผู้ชายคนที่ผมยังคงรอ
และยังรักหมดหัวใจ
"ผมจะรอพี่จีวอน"
_________Do you know_________
Jiwon's part
'รักฮันบินนะ'
ผมกระซิบแผ่วข้างหู
'พี่รักฮันบิน รู้ใช่มั้ย'
ผมเองก็เคยเชื่อคำเหล่านั้นสุดหัวใจ
แต่ตอนนี้ผมไม่แน่ใจอีกแล้ว
ว่าคำพูดเหล่านั้นของตัวเองเคยเป็นเรื่องจริงเพียงสักครั้งหรือเปล่า
เพราะตอนนี้ ผมกำลังเบื่อมัน
"ผมรักพี่จีวอน"
คำบอกรักถูกพร่ำบอกซ้ำๆตลอด5ปีกับคนๆเดิมทำให้ผมรู้สึกเบื่อหน่ายที่จะฟัง วาจาหวานหูครั้งวันวานกลับรู้สึกชินชาเมื่อได้ฟังในตอนนี้ ผมคิดแบบนั้น
"พี่ก็รักฮันบินครับ"
ผมพูดมันออกไป แต่ความรู้สึกในใจกลับตรงกันข้าม
ผมเคยบอกให้ฮันบินเชื่อว่ารักของเรามั่นคง
เชื่อว่าจะไม่มีอะไรมาเปลี่ยนแปลงมันได้
เชื่อว่าเราสองคนจะอยู่ด้วยกันตลอดไป
แต่กลับกลายเป็นผมเสียเองที่เป็นคนทำลายความเชื่อนั้น
เย็นวันเสาร์เดือนมิถุนายน
ฝนตกเม็ดใหญ่ตกกระหน่ำ ทัศนวิสัยเรียกได้ว่าย่ำแย่จนมองอะไรแทบไม่เห็น
น่าแปลกที่ฮันบินเห็นผมชัดเจน
ผมนั่งอยู่ในคาเฟ่เล็กๆกับผู้หญิงอีกคน เราคุยกันมาได้ประมาณสามเดือนโดยที่ผมไม่เคยบอกให้ฮันบินรู้
แหงล่ะผมคิดจะบอก
แต่ทุกครั้งที่เห็นแววตาซื่อๆที่มองมาที่ผมคนเดียวมาตลอดนั่น ทุกอย่างก็เหมือนจะเป็นเรื่องยากเหลือเกินที่ต้องทำร้ายจิตใจคนรักที่ดีอย่างฮันบิน
ผมไม่รู้ตัวจนกระทั่งฮันบินเดินเข้ามาในร้าน
ดวงตาที่มองมาสะท้อนแววผิดหวังชัดเจนตอนมองมาที่ผม ผมคิดว่าคงไม่เป็นไร รู้ว่าสักวันวันนี้ต้องมาถึง แต่เอาเข้าจริงหัวใจก็กระตุกวูบที่เห็นไหล่เล็กนั่นสั่นสะกดกลั้นอารมณ์อย่างยากลำบาก ผมอยากลุกขึ้นปลอบและอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ไม่มีข้อแก้ตัวไหนเลยที่ผมจะใช้ปฏิเสธความจริงที่ว่าผมทรยศความรักที่ฮันบินมีต่อผมได้
ยังไม่ทันจะพูดอะไร อยู่ๆฮันบินก็ทำในสิ่งที่ผมไม่คิดว่าเขาจะทำลงได้
ฝ่ามืดขาวฟาดลงบนเรียวหน้าสะสวยของคนตรงข้ามผมที่ยังไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรด้วย
ผมรู้ว่าสิ่งที่ผมทำอยู่มันไม่ถูกต้อง แต่การที่ฮันบินทำแบบนั้นก็ไม่ใช่ว่าไม่ผิด
เราเคยรักกัน
แต่ตอนนี้มันไม่ใช่อีกแล้ว
ผมตวาดชื่อฮันบินลั่นร้านแต่ดูทุกอย่างจะไม่จบลงง่ายๆ ทางเลือกสุดท้ายของผมในตอนนั้นคือการหยิบแก้วที่เต็มไปด้วยน้ำเปล่าที่วางอยู่ข้างๆสาดเพื่อเรียกสติของเขากลับมา
มันได้ผล ฮันบินสงบลงในที่สุด ผมประคองร่างของหญิงสาวที่น่าสงสารขึ้น ดูเธอตกใจจนเสียขวัญกับเรื่องที่เกิด ผมไม่สามารถทนได้กับการทำตัวงี่เง่าของฮันบินในแบบนี้ได้จนแม้แต่หน้าผมก็ไม่อยากมองด้วยซ้ำ
วันนั้นผมโกรธฮันบินมากจนเผลอทำอะไรรุนแรงไปหลายอย่าง เราโต้เถียงกันอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
ฮันบินร้องไห้
ผมรู้สึกผิดทุกครั้งที่เห็นน้ำตาของเขา
แต่ครั้งนี้ผมจะไม่อยากทำอะไรให้เรื่องมันยืดยาวต่อไปอีก วันนั้นผมตระหนักได้ว่าความสัมพันธ์ของเรามันง่อนแง่นเต็มที เรื่องของเราสองคนไม่ควรถูกยื้อไว้อีกต่อไป
"พี่ไม่คิดเลยนะว่าฮันบินจะเป็นคนแบบนี้"
ผมพูดกับฮันบินก่อนจะแยกตัวออกมาจากห้อง อึดอัดและเหนื่อยหน่ายเต็มทนที่ต้องเสแสร้งแกล้งทำในสิ่งที่ไม่ได้เป็น
ความสัมพันธุ์ของเราไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปตั้งแต่วันนั้น
คำว่า'คนรัก'ดูจะกลายเป็นแค่อดีตไปแล้วสำหรับเรา ผมมี'คนรัก'อีกคนต้องดูแล ความลับอีกหลายต่อหลายเรื่องจึงไม่ใช่เรื่องที่ต้องปิดบังอีกต่อไป
เวลาผ่านไป
ฮันบินดูอ่อนล้าและทรมานเหลือเกินกับเรื่องนี้
เราทั้งคู่ต่างเหนื่อยล้าพอกัน เราต่างก็ควรจะไปมีชีวิตใหม่ดีกว่าจ่อมจมอยู่บนความรักจอมปลอมที่เสแสร้งแกล้งทำนี่ ผมรู้ดี
แต่ก็เป็นฮันบินเองที่ขอยืดเยื้อความสัมพันธุ์ที่ขาดวิ่นนี้ไปให้พ้นแต่ละวัน
แต่ทั้งหมดจะจบลงวันนี้
"ผมรักพี่จีวอนนะ รู้ใช่มั้ย"
ฮันบินแกล้งทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ยังพูดคงพูดคำเดิมทุกๆวันก่อนเดินไปส่งผมที่หน้าประตู มือนิ่มลูบข้างแก้มผมอย่างอ่อนโยน วินาทีนั้นผมสงสารฮันบินจับใจที่ต้องมาเจอกับคนเลวๆอย่างผม
ผมจับมือเล็กนั้นไว้ บีบไปมาแบบที่ชอบทำเมื่อก่อน แตะริมฝีปากลงเบาๆ อยากขอโทษกับเรื่องต่างๆที่ต้องเจอ
"ขอบคุณนะฮันบิน ที่ต้องเหนื่อยเพื่อพี่มาตลอด"
ใจของผมเจ็บปวดยามเห็นประกายความหวังในดวงตาคู่นั้น
"แต่ไม่ต้องอีกแล้วนะ"
ทำได้แค่ลูบกลุ่มผมของเขาแผ่วเบาหวังจะปลอบประโลม
"พี่กำลังจะแต่งงานเดือนหน้า"
ก่อนจะตัดสินใจปล่อยเขาไปจากกรงขังที่น่าสมเพชนี่เสียที
'ถ้าผมเป็นนก ผมจะบินจากตรงนี้ได้รึเปล่า'
รางบางกางแขนรับลมที่เข้ามาปะทะจากริมสะพาน ใบหน้าเปื้อนยิ้มถามคนข้างที่กำลังรัดเอวบางของตัวเองไว้แน่น
'ไม่ได้หรอก พี่จะไม่ยอมให้ฮันบินหนีไปไหนเด็ดขาด'
ชายหนุ่มพูดพลางซุกใบหน้าลงบนบ่าเล็กอย่างรักใคร่
'Rrrrrrrr Rrrrrrr'
สายเรียกเข้าตัดไปแล้ว แต่เพราะเป็นเบอร์ที่ไม่คุ้นเคยผมจึงไม่ได้โทรกลับ ผมเผลองีบหลับที่โต๊ะทำงานจนค่ำ รู้ตัวอีกทีเสียงโทรศัพท์ก็ปลุกผมจากความทรงจำเก่าที่ผิดคิดว่าตัวเองลืมมันไปแล้ว ในฝันนั้นเหมือนจริงราวกับได้ย้อนเวลากลับไปวันเก่าๆอีกครั้ง
กลิ่นหอมของฮันบินยกรุ่นติดจมูกจนผมประหลาดใจ อดโมโหตัวเองไม่ได้ที่ก่อนหน้านี้จำไม่ได้กระทั่งความหอมหวานของกายนิ่มที่เคยกอดนั้นเป็นอย่างไร
ผมลุกขึ้นเก็บของ คิดว่าวันนี้จะกลับไปคุยกับฮันบินอีกครั้งเรื่องเมื่อเช้า กอดสักครั้งเพื่อรื้อฟื้นความรู้สึกที่ห่างหายไปนาน อย่างน้อยก็อยากให้แน่ใจว่าคนตัวเล็กนั่นจะไม่เป็นไรหากไม่มีผมอยู่ด้วย
แต่คนเห็นแก่ตัวอย่างผมไม่ควรได้รับโอกาสอะไรอีกต่อไป
'Rrrrrrrr Rrrrrrr'
"สวัสดีครับ นี่คิมจีวอนพูดครับ"
ไม่มีใครรอให้คนอย่างผมกลับไปหาอีกแล้ว
วินาทีนั้นเองมี่ผมได้รู้ว่าการเจ็บเจียนตายมันเป็นอย่างไร ปลายสายแจ้งว่ามีคนพบฮันบินกำลังกระโดดลงแม่น้ำฮัน กว่าจะมีคนช่วยขึ้นมาได้ฮันบินก็ไม่หายใจแล้ว ฮันบินหัวใจหยุดเต้น และสมองขาดออกซิเจนกว่าสามนาทีแพทย์ถึงช่วยชีวิตไว้ได้
ผมร้องไห้อย่างไม่อายใครที่หน้าห้องฉุกเฉินอยู่ร่วมชั่วโมง ความรู้สึกผิดถาโถมใส่เหมือนคลื่นยักที่แทบทำให้ขาดอากาสหายใจ เพิ่งรู้สำนึกในวันที่เกือบจะเสียไป เอาแต่โง่งมเข้าใจผิดว่าความลุ่มหลงชั่งครั้งชั่วคราวเกิดจากความรักโดยไม่เคยเหลียวแลว่ารักที่แท้จริงของตัวเองกำลังเจ็บปวดขนาดไหน
เพิ่งรู้ว่าตัวเองโง่มาตลอดที่ไม่รู้ว่าคิมฮันบินมีค่าขนาดไหน โง่มาตลอดที่เพิ่งรู้ว่าโลกที่ไม่มีคิมฮันบินเลวร้ายเพียงใด
เสียงของนายแพทย์ที่เดินมาบอกว่าร่างบางด้านในพ้นขีดอันตรายแล้วทำให้ผมโล่งอกจนแทบโห่ร้อง นึกขอบคุณพระเจ้าที่ยังให้โอกาสได้แก้ตัว
ผมสัญญากับตัวเองครั้งแล้วครั้งเล่า
ต่อไปนี้ผมจะดูแลเขาให้ดี
จะกอดเขาทุกวัน จะคอยจูบซับน้ำตาหากเขาร้องไห้ จะบอกรักทุกๆวันที่เขาลืมตาตื่น จะไม่ทำให้เขาเสียใจไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น
แต่ผิดมหันต์
สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นเท้านั้นสำหรับบทลงโทษของผม
เช้าวันหนึ่งผมได้รับโทรศัพท์จากโรงพยาบาลว่าฮันบินได้สติแล้ว
ผมถือดอกกุหลาสีขาวในมือที่สั่นอย่างยากลำบากตอนที่เปิดประตูห้องพักผู้ป่วยออก
"บ๊อบบี้"
คิมฮันบินส่งยิ้มที่เจิดจ้าพอๆกับแสงอาทิตย์ยามเช้ามาให้ ผมอดแปลกใจไม่ได้ที่ฮันบินเรียกชื่อเล่นสมัยเรียนตั้งแต่ก่อนสนิทกัน
ผมยื่นดอกไม้ในมือให้ ฮันบินรับไปอย่างเขินอาย สูดกลิ่นหอมจากกลีบสีขาวก่อนจะคลี่ยิ้มบาง
ผมเบื่อภาพที่สวยงามพวกนี้ได้อย่างไรกัน
"ไม่เก็นไรแล้วใช่มั้ย"ผมพูดพลางเกลี่ยปอยผมสีดำที่ยาวลงมาปรกหน้าผากมนไปมา
"อื้ม ไม่เป็นไรแล้ว"
ผมอดสังเกตไม่ได้ว่าฮันบินคอยชะโงกหน้ามองไปที่ประตูตลอดเวลา เรียวคิ้วสวยขมวดหากันอย่างเป็นกังวล
"พี่จีวอนอยู่ตรงนี้แล้วยังจะมองหาใครอยู่ครับ หืม"
ทันทีที่ได้ยินคำพูดของผม ฮันบินขมวดคิ้วแน่นกว่าเดิม ส่ายหน้าไปมาอย่างไม่เชื่อสิ่งที่ได้ยิน
"ไม่ใช่...นี่ไม่ใช่พี่จีวอน"
ไม่จริง.....
"ฮันบินอา..."
ได้โปรด
"พี่จีวอนกำลังกลับมา..ใช่มั้ย บ๊อบบี้หลอกผม พี่จีวอนกำลังมาหาผม..พี่จีวอนไม่ได้ทิ้งผมไป!"
ฮันบินเริ่มกรีดร้อง พยาบาลผู้ดูแลลุกลี้ลุกลนกดสัญญานฉุกเฉน ฮันบินร้องไห้ฟูมฟาย น้ำตาไหลอาบปรางสวย เอาแต่เรียกหาชื่อผมไม่หยุดหากแต่แววตากลับเหม่อลอยหาคนที่ไม่มีตัวตน
ผมเริ่มไม่แน่ใจว่าเสียงของฮันบินหรือเสียงกรีดร้องในอกผมที่ดังกว่ากัน เราทั้งคู่ต่างก็แตกสลายไม่มีชิ้นดี ฮันบินแทบจะเหมือนคนปกติหากแต่ใช้ชีวิตที่เหลือทั้งหมดในการรอคนรักในความทรงจำเพียงคนเดียวกลับมา โดยไม่มีทางรู้ว่าคนๆนั้นอยู่ตรงหน้าโดยตลอด
ส่วนผม ชดใช้ความผิดทั้งหมดด้วยการต้องเฝ้ามองคนที่รักเพรียกหาตัวผมเองทั้งที่กำลังกอดเขาอยู่
ต้องเฝ้ามองความเจ็บปวดจากการกระทำของตัวเองครั้งแล้วครั้งเล่าตลอดเวลาที่เห็นหน้าฮันบิน
มันก็สาสมแล้วสำหรับคนอย่างผม
เป็นความรักของผมเองที่ไม่แน่นอน
ไม่ใช่ความรักของเราแต่เป็นความรักของผมเองที่เปลี่ยนไป
รักของคิมฮันบินยังมั่นคงเสมอ
รักที่มีให้ผู้ชายที่ชื่อคิมจีวอนเพียงคนเดียว
END
______________________________________________________________________
ขายของเก่าค่ะไม่มีอะไร เคยลงในทวิตมาแล้วรอบนึงแต่ช่วงนี้รู้สึกไม่มั่นคงกับทวิตเตอร์เท่าไหร่เลยทำบล็อกมา
สำหรับลงฟิคโดยเฉพาะ ใครเคยอ่านแล้วหลงกดเข้ามาก็ขออภัยนะคะ ^^
ปล.สำหรับcommentใครไม่มีไอดีอากู๋สามารถกดไม่ระบุชื่อแล้วพิมพ์ได้เลยนะคะ

โอ้โหหห อ่านแล้วชอบมากกก พึ่งมาเจอ พาร์ทฮันบินว่าเจ็บแล้ว หน่วงแล้ว
ตอบลบพาร์ทของจีวอนนี่ยิ่งกว่า เป็นการชดใช้ความผิดที่ทรมานที่สุดอย่างนึงอ่ะ รู้ว่าเค้ารักเรา รักมาก เค้าอยู่ตรงหน้าแท้ๆ แต่กลับปฏิเสธเราเพราะจำอะไรไม่ได้ ค่ะ พี่จอนโชคดีค่ะ ตายทั้งเป็นของจริง 5555555555555555555